10 ข้อคิดเห็นที่น่าดึงดูด จาก Gameplay โฉมแรกของ Elden Ring

เผยโฉมเกมเพลย์ออกมาแล้วแบบเต็มๆสำหรับ Elden Ring, lucia168 ผลงานเกมแอ็กชัน RPG ลำดับปัจจุบันของ FromSoftware กลุ่มผู้ผลิตเกมอันเลื่องลืออย่าง Dark Souls, Bloodborne รวมทั้ง Sekiro: Shadows Die Twice

ด้านในแบบอย่างนี้ ก็มีเนื้อหาที่เพิ่มขึ้นมาจำนวนมาก lucia168 ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาส่วนประกอบจากเกมที่ผ่านมากลับมาใช้ รวมถึงสิ่งที่ถูกปรับปรุงให้ดีมากยิ่งกว่าเดิม ซึ่งพวกเราเก็บมาไว้ให้แล้วปริมาณ 10 ข้อ เป็นเกร็ดน่าดึงดูด เรียกน้ำย่อยก่อนที่จะถึงเวลาที่เกมจะได้วางขายจริง

1. ระบบ Bonfire ที่ได้รับการแก้ไขใหม่

แน่ๆว่า Elden Ring ยังคงใช้ระบบจุดเซฟแบบเดียวกับที่แฟนคลับDark Souls รู้จักกันในชื่อว่า “Bonfire” ตอนที่เกมอื่นๆก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างออกไป

สำหรับเกมนี้ ตัวจุดเซฟจะใช้ชื่อว่า Site of Grace หรือ “พรบ้านพัก” ซึ่งจากเดิมที่ผู้เล่นสามารถวาร์ปกลับไปได้เพียงแค่จุดเซฟปัจจุบัน ใน Elden Ring ก็จะสามารถวาร์ปไปได้ทุกๆที่แล้ว

ที่สำคัญเป็น “พรบ้านพัก” จะมิได้เอาไว้เป็นจุดตั้งตัวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเหตุว่าครั้งนี้มันจะฉายแสงช่วยแนะนำให้ด้วย ว่าผู้เล่นควรจะเดินทางไปที่ใดต่อ เพื่อทำให้เรื่องราวหลักก้าวหน้า

2. มังกรที่เจอในระหว่างการเสี่ยงอันตราย

จากแบบอย่าง พวกเราจะมองเห็นมังกรที่บินลงมาจากฟ้า ให้โอกาสให้ผู้เล่นต่อสู้กับมันได้ ซึ่งก็คาดว่ามังกรตัวนี้จะเป็นไม่นิบอสที่เจอได้ตามฉาก เหมือนกับเกมอื่นๆก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ทางคณะทำงาน FromSoftware ชอบใส่ศัตรูอย่างมังกรหรือไวเวิร์นเข้ามาเป็น “กำแพง” สำหรับท้าผู้เล่นใหม่ ให้สามารถสู้กันตรงๆหรือหลีกเลี่ยงไปก่อน ยังไม่ต้องฆ่ามันก็ได้ในตอนแรกเจอ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับ Hellkite Dragon ใน Dark Souls หรือ Red Dragon ใน Demon’s Souls นั่นเอง

3. เพื่อนแท้ ที่ครั้งนี้ไม่ใช่มนุษย์ แม้กระนั้นเป็น “ไห”

เผยโฉมหน้าของ Alexander, NPC ที่คาดว่าพวกเราจะได้เจอเรื่อยตลอดทั้งเรื่อง ราวกับอย่าง Siegmeyer of Catarina ใน Dark Souls หรือ Biorr, of the Twin Fangs ใน Demon’s Souls

โดยทุกๆครั้งที่ผ่านมา พวกเราก็ชอบได้มองเห็นการเปิดตัว NPC พวกนี้ท่ามกลางเหตุการณ์อันพิลึกอยู่เป็นประจำ ทำให้ผู้เล่นจะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ แล้วต่อจากนั้นก็จะเปลี่ยนมาเป็นมิตรเพื่อนที่กำลังจะได้พบกันตามฉากต่างๆในลักษณะของเควสต์สม่ำเสมอ ซึ่งไม่มี Objective บอกให้ทราบว่าพวกเราจะได้พบเขาอีกรอบในที่แห่งใด

โอกาสนี้ก็จำต้องมาติดตามกันว่าเรื่องราวของ Alexander จะไปจบลงแบบแฮปปี้หรือห่อเหี่ยวกันแน่ โดยไม่แน่ว่าก็บางทีอาจจะขึ้นกับความประพฤติปฏิบัติของผู้เล่นตลอดการเดินเรื่องด้วยเหมือนกัน

4. จบปัญหาเรื่องตกจากที่สูง

ไม่ใช่แค่ “กระโจน” ได้ แต่ว่าใน Elden Ring ยังปรับลด Fall Damage ให้เหลือลดน้อยลง แม้กระทั่งพวกเราจะกระโจนลงมาจากที่สูงมากมายๆก็เกือบจะไม่เป็นอะไรแล้ว

ถือว่าเป็นการมอบอิสระให้ผู้เล่นได้ตรวจสอบโลก Open World โดยไม่ต้องกลัวว่าจะตายจากความประมาท เช่นเดียวกันกับการเพิ่มระบบ “แผนที่” เข้ามาเพื่อที่จะได้ให้พวกเราไม่หลงด้านหลงทางอีกต่อไป

5. เสียงเอฟเฟคต์อันเป็นเอกลักษณ์

น่าเชื่อถือเลยว่าแฟนเกมเชื้อสาย Souls, Bloodborne หรือ Sekiro เพียงแค่ได้ยินเสียงจากในแบบอย่าง Gameplay นี้ก็คงจะรู้สึกชินหูเอามากๆอย่างกับเสนอเสียงเอฟเฟคต์เดิมๆกลับมาใช้ใหม่อีกรอบ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเสียง “ฉัวะ” ที่จะดังขึ้นเวลาศัตรูตาย ก็ยังคงถูกใส่เข้ามาเอาไว้ภายในเกมนี้ด้วย ซึ่งส่วนประกอบนี้ก็น่าจะเป็นเอกลักษณ์ของเกมค่าย FromSoftware ที่ยากจะเปลี่ยนไปแล้วเป็นระเบียบเรียบร้อย

6. ดันเจี้ยนที่พร้อมจะฆ่าพวกเราได้ทุกต้นแบบ

นอกจากพื้นที่อันเปิดกว้าง ใน Elden Ring ยังมีป่าช้าใต้ดิน รวมทั้งสถานที่แคบๆอันเต็มไปด้วยกับ, ทางอันวกไปวนมา ซุกซ่อนสิ่งอันตรายเอาไว้เยอะแยะซึ่งแม้กระทั้งมุกขโมยมุมอาคาร ถูกศัตรูจู่โจมจากที่อับสายตา ก็ยังถูกใส่เข้ามาให้หายนึกถึงด้วยเหมือนกัน

7. กำแพงหลอกตา

กำแพงหลอกตา (Illusionary Wall) เป็นอีกหนึ่งลักษณะของทางลับที่สร้างขึ้นมาให้ผู้เล่นได้ดูตามฉากต่างๆซึ่งบางเวลาก็วางตำแหน่งไว้อย่างชาญฉลาด แต่ว่าบางเวลาก็มองกวนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว

ลูกเล่นนี้เป็นเล่ห์เหลี่ยมเอาไว้เชื้อเชิญแบบอ้อมๆให้พวกเราจำต้องเปิดโหมดออนไลน์อยู่เสมอเวลา เนื่องจากจะก่อให้พวกเราเห็นเนื้อความบนพื้นซึ่งมีผู้เล่นบุคคลอื่นเขียนไว้ รวมทั้งรู้ได้ว่ากำแพงข้างหน้านั้นเป็นกำแพงหลอกตานั่นเอง

สำหรับใน Elden Ring ก็จำต้องมารอมองกันว่ากำแพงพวกนี้จะมาในแบบใดได้บ้าง ซึ่งความสนุกสนานก็คงจะอยู่ตอนตอนที่ตัวเกมเริ่มวางขายตั้งแต่วันแรกๆเพราะว่าจะเป็นจังหวะที่พวกเราได้เป็นผู้ริเริ่ม ค้นหาทางลับกลุ่มนี้ และก็บอกต่อผู้เล่นคนอื่นที่ผ่านทางมาในวันหลัง

8. หีบโภคทรัพย์ที่แฟนคลับต่างหลาบจำ

มองเห็นหีบทรัพย์สมบัติกันแบบงี้ ก็เชื่อของหวานกินได้เลยว่าหลายท่านคงจะควรจะมีเสียวกันบ้างไม่มากมายก็น้อย ด้วยเหตุว่าสำหรับเกมเครือญาติ Souls มันเป็นสิ่งที่ชี้ว่าพวกเราบางทีก็อาจจะพบกับ “Mimic” ซาตานที่ปลอมตัวมาเป็นหีบทรัพย์สมบัติ รอดักรับประทานหัวผู้เล่นที่ไม่ระวังเนื้อระวังตัว

ซึ่งก่อนหน้าที่ผ่านมา พวกเราจะสามารถพิจารณาลักษณะของโซ่ได้ โดยหีบทรัพย์สินที่ปลอดภัยจะมีโซ่โค้งขึ้นข้างบนแบบในแบบอย่าง Gameplay, ส่วนหีบที่มี Mimic ปลายโซ่จะชี้ลงมาข้างล่างแทนดังนี้ก็ไม่เคยรู้ว่าคณะทำงานจะยังใส่ Mimic เข้ามา หรือแอบล็อคหลบไปเป็นอันอื่นหรือเปล่า ซึ่งก็จำต้องรอคอยไปเจอะกันด้วยตัวเองอีกทีในช่วงเวลาที่ Elden Ring วางขาย

9. แผนที่โลกเปิดที่อิสระกว่าที่เคย

เป็นไปตามที่ผู้กำกับเกมอย่างคุณ Miyasaki ให้สัมภาษณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เป็นตัวเกมจะเป็นโลกเปิดที่มีขนาดใหญ่มากมาย ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะมุ่งหน้าไปยังที่แห่งไหนก่อนแบบไม่เรียงลำดับแน่นอน ทั้งยังมีทั้งยังพื้นที่สูง-ต่ำ เพิ่มมิติการสำรวจให้เยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าที่เคย

และก็หากแม้ในแบบอย่าง Gameplay พวกเราจะยังมิได้มองเห็น “สระพิษ” แบบที่คณะทำงานชอบพอจะใส่เข้ามาในเกมอยู่เป็นประจำๆ(รวมทั้งแฟนคลับก็ปวดศรีษะกับมันอยู่เป็นประจำ) แม้กระนั้นก็คาดว่าสระพิษคงจะมาตามนัดแน่ๆ เมื่อตรึกตรองจากหนึ่งในรูปภาพ Concept Art ที่เคยเผยออกมาก่อนหน้านี้

10. ขาดไปมิได้เลย ก็คือฉากบอสไฟต์

ประตูหมอกขนาดใหญ่ ที่ก้าวผ่านเข้าไปก็จะต้องพบกับคัทซีนสุดตระการตา เพื่อเปิดตัวศัตรูระดับบอสที่จะมาประมือกับพวกเราแบบถึงเลือดถึงเนื้อ

สำหรับบอสที่ปรากฏมาในแบบอย่างนี้หมายถึงGodrick the Golden ผู้ดูแลดันเจี้ยน Stormveil ซึ่งใช้อาวุธมากมายแบบอย่าง เชื้อเชิญตื่นเต้นทุกจังหวะจู่โจม แล้วก็การพลาดเพียงนิดหน่อย บางทีอาจเป็นจำเป็นต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่จุดเซฟ

น่าดึงดูดว่าท่าทีการจู่โจมของ Godrick นั้นรวดเร็วทันใจและก็สม่ำเสมอมากมายทีเดียว แม้กระนั้นก็มีบางจังหวะที่เขาจะหยุดตั้งท่ารออยู่เช่นเดียวกัน ทำให้เพียงพอจะอนุมานได้ว่า Elden Ring ยังคงมีจุดที่เมตตาปรานีผู้เล่นอยู่บ้าง แล้วก็เปิดทางให้พวกเราได้ใช้ตัวช่วยอื่นๆอย่างการเชิญเหล่าภูติขึ้นมาช่วยสู้และก็ยั่วยวนใจความพึงพอใจ รวมถึงใช้ไอเท็มสำหรับในการบัฟอาวุธหรือฟื้นฟูพลัง เพื่อจัดแจงคอยรับแรงชนในระลอกใหม่

กลับสู่หน้าหลัก

Leave a Comment

Your email address will not be published.